แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ภัยคุกคาม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ภัยคุกคาม แสดงบทความทั้งหมด
changsunha วันศุกร์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2552

มาลแวร์ (malware) คืออะไร


malware (ย่อมาจาก "malicious software")ซึ่งจัดเป็นคำนามรวมหมายถึง ไวรัส หนอนอินเตอร์เน็ต และโทรจัน ที่มีพฤติกรรมรบกวนและสร้างความเสียหายแก่ระบบเครื่องคอมพิวเตอร์

ดัง นั้นคุณอาจสงสัยว่าไวรัสคอมพิวเตอร์หรือหนอนอินเตอร์เน็ตคืออะไร?
พวกมันแตก ต่างจากโทรจันอย่างไร?
และโปรแกรมป้องกันและกำจัดไวรัสนั้นจะจัดการกับพวกหนอนอินเตอร์เน็ตและโทร จันหรือแค่เฉพาะกับไวรัสเท่านั้น?

คำถามต่างๆเหล่านี้ที่เราต่างงุนงงและบ่อยครั้งที่จะได้รับคำอธิบายที่ไม่ถูก ต้องตามข้อมูลที่มีอยู่ในโลกของ malicious code แต่เนื่องจากจำนวนที่เพิ่มมากขึ้นอย่างชัดเจนและความหลากหลายของ malicious code ที่เกิดขึ้นในแต่ละวันนี้ ทำให้เป็นการยากที่จะให้นิยามและแยกประเภทของแต่ละmalware

สำหรับการสนทนาโดยทั่วไปเกี่ยวกับไวรัส คำนิยามตามด้านล่างนี้จะแบ่งตามประเภทของ malware:

Trojan horse. โปรแกรม ที่พบว่าเป็นประโยชน์หรือมีอันตรายน้อยแต่ได้ซ่อนโค้ดที่ออกแบบมาเพื่อสร้าง ความเสียหายและสำรวจข้อมูลในระบบที่กำลังทำงานอยู่ โปรแกรมโทรจันนั้นส่วนใหญ่จะส่งผ่านมายังผู้ใช้ทางอีเมล์ที่มีข้อความเชิง โน้มนามและไม่แสดงถึงภัยที่ซ่อนอยู่แต่อย่างใด ซึ่งเรียกพวกนี้ว่าเป็น Trojan code นอกจากนี้โทรจันยังทำการส่งพวกภัยอื่นๆในรูปของ malicious payload หรือการทำงานของโปรแกรมที่เรียกว่า task ของโทรจัน

Worm. หนอนอินเตอร์เน็ตที่ใช้การฝังตัวเองเข้ามากับโค้ดอันตราย ( malicious code)ที่ สามารถแพร่กระจายไปได้เองโดยอัตโนมัติจากเครื่องหนึ่งไปยังอีกเครื่องจนทั่ว ระบบเครือข่ายผ่านทางการเชื่อมต่อระบบเครือข่ายขององค์กร โดยที่หนอนอินเตอร์เน็ตพวกนี้สามารถก่อพฤติกรรมที่เป็นอันตรายต่อระบบได้ เช่น การแย่งใช้เครือข่ายหรือทรัพยากรของระบบ, และอาจทำให้ระบบหรือ service ล่มได้ นอกจากนี้พวกหนอนอินเตอร์เน็ตบางชนิดยังสามารถกระทำการได้เอง(execute)และ แพร่กระจายไปในระบบโดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องตอบสนองแต่อย่างใด ในขณะที่สิ่งแปลกปลอมประเภทอื่นจำเป็นต้องให้ผู้ใช้คลิกไฟล์โดยตรงเพื่อสั่ง ให้ worm code ทำงานและแพร่กระจาย ซึ่งพวกหนอนอินเตอร์เน็ตอาจมีการส่ง payload เพิ่มเข้ามาเพื่อใช้ในการทำซ้ำไฟล์(replication)

Virus. ไวรัสจะใช้โค้ดที่เขียนมากับเป้าหมายในการจู่โจมด้วยการทำซ้ำตัวเอง โดยพวก ไวรัสจะพยายามแพร่กระจายจากเครื่องหนึ่งสู่อีกเครื่องหนึ่งโดยการแนบตัวมัน เองมากับโปรแกรมหลักของระบบ(host program) และอาจทำความเสียหายแก่ฮาร์ดแวร์ ซอฟแวร์ หรือ ฐานข้อมูล เมื่อใดที่โปรแกรมหลักได้ทำงานตามคำสั่งและเมื่อนั้นโค้ดของไวรัสก็จะ run และติดเข้าไปกับ host โปรแกรมใหม่จากนั้นในบางครั้งก็จะส่ง payload เพื่อใช้ในการแพร่กระจายต่อไป

ใน ที่นี้ payload หมายถึง คำศัพท์ที่เรียก action ต่างๆที่พวก malware ใช้จู่โจมต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ในแต่ละครั้งที่ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ นั้นๆติดไวรัส

อ่านวิธีกำจัดไวรัสต่อ

changsunha

หนอนอินเตอร์เน็ต (Worm) คืออะไร



ถ้าพฤติกรรมการทำซ้ำของ malicious code ไม่จัดว่าเป็นโทรจันแล้วคำถามที่ตามมาเพื่อให้เกิดความเข้าใจมากขึ้นว่า malware คืออะไร

"โค้ดเหล่านี้สามารถทำซ้ำตัวมันเองโดยไม่ต้องอาศัยการส่งผ่านได้หรือไม่?"

นั้น คือสิ่งที่เราต้องค้นหาว่า พวกโค้ดเหล่านี้สามารถทำซ้ำตัวมันเองได้หรือไม่โดยไม่จำเป็นต้องเข้ามาติด ไฟล์อื่นในระบบเพื่อใช้สั่งการ? และถ้าหากคำตอบออกมาเป็น

"Yes," พวกโค้ดเหล่านี้สามารถทำได้ ก็ถือว่าจัดอยู่ในประเภทของ หนอนอินเตอร์เน็ต(worm)

โดยส่วนมากแล้วพวกหนอนอินเตอร์เน็ตจะพยายาม copy ตัวมันเองเข้ามาที่ เครื่องคอมพิวเตอร์หลักในองค์กรและจากนั้นใช้ช่องทางของเครื่องนั้นๆในการแพร่กระจาย (replicate) ตัวอย่างเช่น หนอน Sasser

จะจู่โจมโดยผ่านทางช่องโหว่ของ service เพื่อเข้ามาติดในระบบจากนั้นจะใช้การเชื่อมต่อของระบบเพื่อทำซ้ำตัวเองในการ แพร่กระจายตัวต่อไป หากคุณได้ติดตั้งโปรแกรมรักษาความปลอดภัยที่อัพเดทแล้ว (เพื่อหยุดยั้งการติดหนอนอินเตอร์เน็ต)หรือ เปิด (enabled)firewalls ในระบบของคุณเพื่อบล็อกหนอนอินเตอร์เน็ตไม่ให้เข้ามาทาง network ports (เพื่อป้องกันการทำซ้ำและแพร่กระจาย), ซึ่งส่งผลให้การจู่โจมนั้นล้มเหลว

เวิร์มร้ายกาจมากมากับเน็ต ระวังให้ดีไม่ต้องโหลดมันก็มาหาได้แล้ว

อ่านวิธีกำจัดไวรัสต่อ

changsunha

พิชชิ่งคืออะไร (Pishing) คืออะไรครับ


ฟิชชิ่งคือการฉ้อโกง ดังเช่นรูปแบบฟิชชิ่งแบบหนึ่งในอีกหลายๆรูปแบบ ที่พยายามหลอกล่อให้คุณจ่ายเงินจากกระเป๋าสตางค์ และมีเทคนิคหลอกลวงที่สมบูรณ์แบบ โดยใช้ความเชื่อถือของผู้คนทั่วไปที่มีต่อองค์กรใหญ่ๆที่จดทะเบียนถูกต้อง ตามกฎหมาย

รูปแบบหลักๆของพิช ชิ่ง คือการที่ กลุ่มมิจฉาชีพปลอมแปลงโฮมเพจ ที่ดูเหมือนโฮมเพจที่ดูน่าเชื่อถือมีทั้งโลโก้และข้อมูลต่างๆ โดยข้อมูลเหล่านี้จะส่งไปตามสแปมอีเมล์ เพื่อหลอกล่อให้เหยื่อเข้ามาที่โฮมเพจ

แต่ อะไรคือจุดประสงค์หลักเพื่อหลอกล่อให้บรรดาเหยื่อที่โดนสุ่มเลือกทั้งหลาย เข้าไปยังโฮมเพจที่ปลอมแปลงแล้ว? ไม่ยากเลย ก็เพื่อขโมยเงินของพวกเขาโดยการทำให้พวกเขาเปิดเผยข้อมูลของบัตรเครดิตการ์ด หรือข้อมูลทางการเงินอื่นที่อาจทำให้พวกเขาโจรกรรมได้ มีหลายกรณีที่โดนกลโกงรูปแบบนี้หลอกลวง โดยปุมเบราว์เซอร์จะใช้ชื่อเว็บไซต์ที่ถูกต้องหรือเว็บไซต์ที่คิดว่าจะใช้ งาน ตรงแถวหัวข้อหลัก วิธีการสแปมประเภทนี้มักถูกหลอกได้ง่าย

จาก ผลการสำรวจล่าสุดได้แสดงให้เห็นอัตราการเพิ่มขึ้นของผู้เสียหายจากการพิช ชิ่งและเมล์สแปมสูงขึ้นมาก ด้วยระยะเวลาเพียงหนึ่งเดือน จำนวนผู้เสียหายเพิ่มขึ้น 42 เปอร์เซนต์ และผลสำรวจยังแสดงด้วยว่ากลุ่มเป้าหมายที่เจาะจงส่วนใหญ่มักจะเป็น สถาบันทางการเงิน เช่น ธนาคาร บริษัทเครดิตการ์ด เป็นต้น

ใน ขณะนี้ พิชชิ่งถือเป็นการคุกคามที่ยิ่งใหญ่ บริษัทธุรกรรมทางอินเตอเน็ตใหญ่ๆ เช่น ไมโครซอฟท์, อีเบย์, วีซ่า และ โฮลซีเคียวริตี้ ประกาศร่วมมือกันพยายามต่อต้านอัตราการเพิ่มขึ้นของการคุกคามนี้

ดัง นั้นโปรดระวังเมื่ออยู่ดีๆคุณก็ได้รับอีเมล์ถามคุณให้รับรองข้อมูลสำคัญอีก ครั้ง คุณไม่ควรทำการใดๆอีกตั้งแต่บัญชีนั้นยังว่างเปล่า และทางที่ดีที่สุดเพื่อไม่ให้ถูกพิชชิ่งคือหลีกเลี่ยงอีเมล์สแปมทั้งหลายโดย สิ้นเชิง ซึ่งอีเมล์เหล่านี้จะล่อลวงคุณไปยังโฮมเพจหลอกๆเหล่านั้น

โชค ร้ายที่มักจะมีอาชญากรรมเกิดขึ้นเป็นประจำ แล้วใครล่ะ จะช่วยให้ความเป็นธรรมกับคุณ แต่สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นตั้งแต่มนุษย์เริ่มตั้งคุณค่าให้กับสิ่งต่างๆ และยิ่งทวีจำนวนมากขึ้นตั้งแต่มีการริเริ่มใช้จ่ายเงินเพื่อสินค้าและบริการ

อ่านวิธีกำจัดไวรัสต่อ

changsunha

ไวรัส ไวรัสคืออะไร (Virus) ภัยคุกคามบนเครื่องคอมพิวเตอร์



ไวรัส คือโปรแกรมชนิดหนึ่งที่มีความสามารถในการสำเนาตัวเองเข้าไปติดอยู่ในระบบ คอมพิวเตอร์ได้และถ้ามีโอกาสก็สามารถแทรกเข้าไประบาดในระบบคอมพิวเตอร์อื่น ๆ ซึ่งอาจเกิดจากการนำเอาดิสก์ที่ติดไวรัสจากเครื่องหนึ่งไปใช้อีกเครื่อง หนึ่ง หรืออาจผ่านระบบเครือข่ายหรือระบบสื่อสารข้อมูลไวรัสก็อาจแพร่ระบาดได้เช่นกัน

การที่คอมพิวเตอร์ใดติดไวรัส หมายถึงว่าไวรัสได้เข้าไปผังตัวอยู่ในหน่วยความจำ คอมพิวเตอร์ เรียบร้อยแล้ว เนื่องจากไวรัสก็เป็นแค่โปรแกรม ๆ หนึ่งการที่ไวรัสจะเข้าไปอยู่ ในหน่วยความจำได้นั้นจะต้องมีการถูกเรียกให้ทำงานได้นั้นยังขึ้นอยู่กับ ประเภทของไวรัส แต่ละตัวปกติผู้ใช้มักจะไม่รู้ตัวว่าได้ทำการปลุกคอมพิวเตอร์ไวรัสขึ้นมาทำ งานแล้ว
จุดประสงค์ของการทำงานของไวรัสแต่ละตัวขึ้นอยู่กับตัวผู้เขียนโปรแกรมไวรัส นั้น เช่น อาจสร้างไวรัสให้ไปทำลายโปรแกรมหรือข้อมูลอื่น ๆ ที่อยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือ แสดงข้อความวิ่งไปมาบน หน้าจอ เป็นต้น

บูตเซกเตอร์ไวรัส
Boot Sector Viruses หรือ Boot Infector Viruses คือไวรัสที่เก็บตัวเองอยู่ใน
บูตเซกเตอร์ ของดิสก์ การใช้งานของบูตเซกเตอร์คือ เมื่อเครื่องคอมพิวเตอร์เริ่มทำงานขึ้นมาตอนแรก เครื่อง จะเข้าไปอ่านบูตเซกเตอร์ โดยในบูตเซกเตอร์จะมีโปรแกรมเล็ก ๆ ไว้ใช้ในการเรียกระบบ ปฏิบัติการขึ้นมาทำงานอีกทีหนึ่ง บูตเซกเตอร์ไวรัสจะเข้าไปแทนที่โปรแกรมดังกล่าว และไวรัส ประเภทนี้ถ้าไปติดอยู่ในฮาร์ดดิสก์ โดยทั่วไป จะเข้าไปอยู่บริเวณที่เรียกว่า Master Boot Sector หรือ Parition Table ของฮาร์ดดิสก์นั้น
ถ้าบูตเซกเตอร์ของดิสก์ใดมีไวรัสประเภทนี้ติดอยู่ ทุก ๆ ครั้งที่บูตเครื่องขึ้นมาโดย พยายามเรียก ดอสจากดิสก์นี้ ตัวโปรแกรมไวรัสจะทำงานก่อนและจะเข้าไปฝังตัวอยู่ใน หน่วยความจำเพื่อเตรียมพร้อมที่ จะทำงานตามที่ได้ถูกโปรแกรมมา แล้วตัวไวรัสจึงค่อยไป เรียกดอสให้ขึ้นมาทำงานต่อไป ทำให้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

โปรแกรมไวรัส
Program Viruses หรือ File Intector Viruses เป็นไวรัสอีกประเภทหนึ่งที่จะติดอยู่กับโปรแกรม ซึ่งปกติก็คือ ไฟล์ที่มีนามสกุลเป็น COM หรือ EXE และบางไวรัสสามารถเข้า ไปติดอยู่ในโปรแกรมที่มีนามสกุลเป็น sys และโปรแกรมประเภท Overlay Programsได้ด้วย โปรแกรมโอเวอร์เลย์ปกติจะเป็นไฟล์ที่มีนามสกุลที่ขึ้นต้นด้วย OV วิธีการที่ไวรัสใช้เพื่อที่จะ เข้าไปติดโปรแกรมมีอยู่สองวิธี คือ การแทรกตัวเองเข้าไปอยู่ในโปรแกรมผลก็คือหลังจากที่โปรแกรมนั้นติดไวรัสไป แล้ว ขนาดของโปรแกรมจะใหญ่ขึ้น หรืออาจมีการสำเนาตัวเองเข้าไปทับส่วนของโปรแกรมที่มีอยู่เดิมดังนั้นขนาด ของโปรแกรมจะไม่เปลี่ยนและยากที่ จะซ่อมให้กลับเป็นดังเดิม
การทำงานของไวรัส โดยทั่วไป คือ เมื่อมีการเรียกโปรแกรมที่ติดไวรัส ส่วนของไวรัสจะทำงานก่อนและจะถือโอกาสนี้ฝังตัวเข้าไปอยู่ในหน่วยความจำ ทันทีแล้วจึงค่อยให้ โปรแกรมนั้นทำงานตามปกติต่อไป เมื่อไวรัสเข้าไปฝังตัวอยู่ในหน่วยความจำแล้ว หลัง จากนี้ไปถ้ามีการเรียกโปรแกรมอื่น ๆ ขึ้นมาทำงานต่อ ตัวไวรัสก็จะสำเนาตัวเองเข้าไป ในโปรแกรมเหล่านี้ทันที เป็นการแพร่ระบาดต่อไป
วิธีการแพร่ระบาดของโปรแกรม ไวรัสอีกแบบหนึ่งคือ เมื่อมีการเรียกโปรแกรมที่มีไวรัสติดอยู่ ตัวไวรัสจะเข้าไปหาโปรแกรมอื่น ๆ ที่อยู่ในดิสก์เพื่อทำสำเนาตัวเองลงไปทันทีแล้วจึงค่อยให้โปรแกรมที่ถูก เรียก นั้นทำงานตามปกติต่อไป

โพลีมอร์ฟิกไวรัส
Polymorphic Viruses เป็นชื่อที่ใช้ในการเรียกไวรัสที่มีความสามารถในการแปรเปลี่ยนตัวเอง ได้เมื่อมีสร้างสำเนาตัวเองเกิดขึ้น ซึ่งอาจได้หถึงหลายร้อยรูปแบบ ผลก็คือ ทำให้ไวรัสเหล่านี้ยากต่อการถูกตรวจจับ โดยโปรแกรมตรวจหาไวรัสที่ใช้วิธีการสแกนอย่างเดียว ไวรัสใหม่ ๆ ในปัจจุบันที่มีความสามารถนี้เริ่มมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ

สทีลต์ไวรัส
Stealth Viruses เป็นชื่อเรียกไวรัสที่มีความสามารถในการพรางตัวต่อการตรวจจับได้ เช่น ไฟล์อินเฟกเตอร์ ไวรัสประเภทที่ไปติดโปรแกรมใดแล้วจะทำให้ขนาดของ โปรแกรมนั้นใหญ่ขึ้น ถ้าโปรแกรมไวรัสนั้นเป็นแบบสทีลต์ไวรัส จะไม่สามารถตรวจดูขนาดที่แท้จริง ของโปรแกรมที่เพิ่มขึ้นได้ เนื่องจากตัว ไวรัสจะเข้าไปควบคุมดอส เมื่อมีการใช้คำสั่ง DIR หรือโปรแกรมใดก็ตามเพื่อตรวจดูขนาดของโปรแกรม ดอสก็จะแสดงขนาดเหมือนเดิม ทุกอย่างราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

อ่านวิธีกำจัดไวรัสต่อ